โสมจีน สรรพคุณ Panax ginseng ประโยชน์ของโสม

โสมจีน สรรพคุณของโสม เป็นที่รู้กันว่าโสมมีสรรพคุณนานาประการ สาร Adaptogens ในโสม มีคุณสมบัติลดความเครียด ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้ทนต่อภาวะต่างๆ ได้มากขึ้น และยังช่วยลดความเมื่อยล้า โดยกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น โรคกระเพาะ ปัญหาสมรรถภาพทางเพศชาย และหญิง

โสม /โสมเกาหลี /โสมจีน (Panax ginseng) โสมเกาหลี (Korean red ginseng) โสมจีน (Chinese ginseng)

โสมจีน โสมจีนมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า P.notoginsong Burk C P. Wangianus Sun ชื่อสามัญได้แก่ Sanchi Ginseng สาเหตุที่ได้ชื่อว่า โสมจีน นั้นก็เพราะว่าเป็นโสมที่ได้มาจากมณฑลกวางสี หรือยูนานในประเทศจีน ถึงแม้ว่าจะมีการนำเอาสายพันธุ์ของโสมชนิดนี้ไปปลูกในบางรัฐของเวียดนามบ้างก็ตาม แต่ผลิตผลที่ได้ก็ยังคงเรียกขานกันตามแหล่งที่มาเดิมของมันก็คือ โสมจีนนั้นเอง

สมุนไพรจีน สุดยอดแห่งสมุนไพรจีน หรือจะเรียกว่าราชาแห่งสมุนไพรทั้งปวงที่นำมาฝากกันในบทความนี้คือ “โสม” ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรจีนที่สำคัญ ซึ่งคนจีนใช้รักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปีมาแล้ว (จากหลักฐานที่ปรากฏในบันทึกตำรายาจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น) ปัจจุบันมีการปลูกโสมตามแหล่งต่างๆของโลกทั่วไป แต่โสมที่ปลูกจะมีสรรพคุณทางยาน้อยกว่าโสมที่เกิดเองตามธรรมชาติ โสมที่นำมาใช้ปรุงเป็นยาสมุนไพรก็จะมีอายุตั้งแต่ 2-20 ปี และเชื่อกันว่า ช่วงที่โสมออกดอกจะเป็นช่วงที่มีสรรพคุณทางยามากที่สุด สำหรับส่วนต่างๆของโสมที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ดอก ใบ ลำต้น ราก หัว รากแขนง และผล ที่เรารู้จักกันดีคือโสมจีน ภาษาจีนเรียกว่า “ปั๋งทุ้ย” หรือ “สิ่งเฉ้า” โสมเกาหลี หรือภาษาจีนเรียกว่า “หยิ่งเชียม” และโสมอเมริกา เป็นต้น

สรรพคุณของโสม (สมุนไพรจีน) ในการบำบัดรักษาโรค

โสม เป็นสมุนไพรจีนที่มีรสขมอมหวาน และโสมต่างชนิดกันก็มีฤทธิ์ต่างกัน โดยโสมเกาหลีจะเป็นสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์อุ่น มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่เบื่ออาหาร ความดันต่ำ เป็นโรคภูมิแพ้ต่างๆ แต่ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันสูง และมีอาการร้อนใน ส่วนโสมจีน จะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นช่วยเสริมพลังชี่ ทำให้อายุยืน ทำให้ร่างกายแข็งแรง และโสมอเมริกาจะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น บำรุงหัวใจ สร้างความสดชื่น แก้อ่อนเพลีย บรรเทาอาการเมื่อยล้าได้

โสม ยังเป็นสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นต่อมในตับอ่อน ให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาล ในผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เป็นปกติได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ที่มีผลป้องกันและลดความเครียดจากต่อมใต้สมอง ช่วยให้ร่างกายและจิตใจทนต่อสภาพความกดดันจากภายนอก ช่วยคลายความวิตกกังวลต่างๆได้ด้วย และในสมุนไพรจีนชนิดนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้น และที่สำคัญในสมุนไพรจีนชนิดนี้ยังมีสารบางชนิดที่มีชื่อเรียกว่า “สารไบโอแอกทีฟ” (Bioactive) ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาเบาหวาน ต่อต้านเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก แก้โรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคนอนไม่หลับในสตรี แถมยังช่วยรักษาโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย

วิธีใช้โสม “สมุนไพรจีน” ในการบำบัดรักษาโรค

คนจีนนิยมนำโสมมาตุ๋นหรือต้มกับเนื้อสัตว์ เพื่อให้น้ำแกงมีรสชาติหวานกลมกล่อม โสมที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็นโสมแดงและโสมขาว แต่ที่ว่านี้ไม่ใช่ชื่อพันธุ์ของโสมนะครับ เพียงแต่เป็นโสมที่ผ่านกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน โสมแดงคือการนำโสมสดมานึ่งที่อุณหภูมิประมาณ 120-130 องศาเซลเซียส แล้วนำมาอบให้แห้ง ส่วนโสมขาวคือการนำเอาโสมสดมาทำให้แห้งโดยไม่ต้องนึ่ง แต่โสมแดงจะมีคุณค่าทางยาสูงกว่าโสมขาว จึงนิยมใช้ในการบำบัดโรค ส่วนโสมขาวมักนิยมใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายทั่วไป สำหรับการใช้ประโยชน์จาก “สมุนไพรจีน” ชนิดนี้ก็มีหลายวิธี ดังนี้
– นำโสมเส็กตี่และเก๋ากี้ แช่ในเหล้า 15 วัน ดื่มบำรุงเลือด บำรุงสายตา รักษาอาการปวดหัวเข่า ช่วยฟื้นฟูกำลังได้
– ต้มโสมกับโหงวบี่จื้อและแบะตง ดื่มแก้กระหาย แก้อาการเหงื่อออกมาก จะช่วยบำรุงกำลัง และทำให้ชีพจรเต้นเป็นปกติ
– ในตำราจีนโบราณจะเคี่ยวโสมด้วยไฟอ่อนๆ ดื่มรักษาอาการโรคหัวใจ หรือจะกินโสมคู่กับขิง ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องและอาเจียนในสตรีมีครรภ์ได้

ข้อควรระวัง ในการรับประทานโสม (สมุนไพรจีน) มีข้อห้ามดังนี้

1. ไม่ควรปรุงสมุนไพรจีนชนิดนี้ในภาชนะที่เป็นเหล็ก เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับตัวยาได้

2. ปริมาณการกินโสมในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ก็คือ 2.5-15 กรัม และไม่ควรกินติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน และในช่วงแรกที่กินโสมก็ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะอาจเกิดอาการแน่นหน้าอก เบื่ออาหาร เลือดกำเดาไหลได้และในช่วงที่กินโสม ไม่ควรดื่มน้ำชาและกินผักกาดหัว เพราะอาจไปทำปฏิกิริยากับตัวยาที่มีอยู่ในสมุนไพรจีนชนิดนี้ได้

โสม คือ พืชสมุนไพรโบราณคร่ำครึกดึกดำบรรพ์ สกุล Panax มาจากภาษากรีก คำว่า Pana แปลว่า ทั้งมวล axos แปลว่า รักษา ดังนั้น Pana + axos = Panas แปลว่า รักษาได้ทุกโรค ภาษาจีนเรียกว่า ยิ่นเซียม ภาษาเกาหลีเรียกว่า อินซัม เป็นพืชที่ขึ้นในซีกโลกเหนือของทวีปเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และรัสเซีย) และทวีปอเมริกาเหนือ โสมอเมริกาจะมาจากวิสคอนซิน หรือแคนาดา ปัจจุบันโสมนิยมเพาะปลูก

โสมก็มีด้วยกันหลายสายพันธ์โสม โสมเกาหลี โสมจีน โสมชวูซิเสียน โสมญี่ปุ่น โสมหิมาลายัน โสมอเมริกา โสมคน หลักสามสายพันธ์ โสมอเมริกา โสมเอเชีย และโสมไซบีเรีย

โสมที่นิยมแบ่งประเภทได้เป็นสองประเภทหลัก คือ โสม 7 ใบ และโสม 5 ใบ ดังนี้

1. โสมซานชี (三七)

โสมซานชี มาจาก 三 ซาน แปลว่า 3 โสมชนิดนี้มี 3 กิ่ง 七 ซี แปลว่า 7 โสมชนิดนี้มี 7 ใบ (มีใบเป็น 7 แฉก) โสมซานซี เป็นโสมฤทธิ์ร้อน ใช้บำรุงกำลัง

2. โสม 5 ใบ

โสม 5 ใบ เป็นโสมที่รู้จักกันโดยทั่วไป เป็นโสม 5 ใบ (ตามชื่อเลยครับ มีใบเป็น 5 แฉก)

ชนิดของโสม

โสมที่นิยมในปัจจุบัน เป็นโสมเพาะปลูก เนื่องจากโสมป่าหายาก แถมราคายังสูงลิบลิ่วยิ่งความใหญ่ของรากโสม ความสมบรูณ์ของรากโสม รูปร่างของรากโสม และส่วนที่สำคัญที่สุดคือ อายุของโสม จะเป็นตัวกำหนดราคาว่าแพงมากแค่ไหน

๑. โสมขาว เป็นโสมสดสีขาวที่ขุดมาแล้วล้างสะอาด เอามาปรุงยาหรือทำอาหารได้ทันที อาจจะมีการผึ่งให้แห้งหรือตากแห้ง ให้น้ำระเหยเหมาะสำหรับการเก็บรักษาไว้ให้นานขึ้น สามารถใช้ปรุงยาและทำอาหารได้ เหมาะแก่การดองสุราเป็นที่สุด เนื่องจากสุราจะช่วยสกัดตัวยาออกจากโสมได้มาก และรักษาเนื้อโสมให้มีคุณภาพได้ยาวนาน

๒. โสมแดง เป็นโสมขาวที่นำมาอบให้แห้ง ด้วยว่าโสมมีผิวด้านนอกมีลักษณะสีเมื่อคาลาเมล เมื่อนึ่งหรืออบไอนำแล้วจะมีสีน้ำตาลแดง ถือว่าแปรรูปโสมขาวเพื่อรักษาสรรพคุณทางยาให้มากขึ้น ทำให้โสมแดงสามารถใช้ประโยชน์ทางยาได้มากกว่าโสมขาว มีคุณค่าทางยาสูงและราคาแพง ปัจจุบันถูกนำมาสกัดเป็นโสมสกัด แคปซูล โสมอบน้ำผึ่ง โสมเม็ด โสมผง

ประโยชน์ของโสม & ภาวะต่างๆ
โสมอาจช่วยในโรคและภาวะต่างๆ ดังนี้

  • อัลไซเมอร์ งานวิจัยพบว่า การกินโสมทุกวัน เป็นเวลา 3 เดือน ช่วยให้ความคิด ความจำของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ดีขึ้นได้
    ความคิด ความจำ พบว่าการกินโสมอาจช่วยเรื่องความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (Abstract thinking) การคิดเลขในใจ (Mental arithmetic skills) ความเร็วในการตอบสนอง (Reaction times) ในคนสุขภาพดีทั่วไปในวัยกลางคนได้ โดยพบว่าการกินโสมอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้ความจำดีขึ้น แต่การกินโสมร่วมกับใบแปะก๊วย ช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ ในคนสุขภาพดีทั่วไปในช่วงอายุ 38 – 66 ปี
  • สมรรถภาพทางเพศชาย พบว่าการกินโสมช่วยให้อาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ดีขึ้นได้
    หลั่งน้ำอสุจิเร็วกว่าปกติ พบว่า การใช้ครีมที่ประกอบด้วยโสม, อบเชย, Angelica root และสมุนไพรอื่นๆ โดยทาที่อวัยวะเพศชายก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง และล้างออกก่อนมีเพศสัมพันธ์ทันที สามารถช่วยป้องกันอาการหลั่งเร็วได้
    การกินโสมแดงเกาหลี ช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศและความพึงพอใจ (Sexual arousal and satisfaction) ในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้วได้
  • ไข้หวัดใหญ่ พบว่าการกินโสมต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นหวัด หรือ ไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากเป็นหวัดแล้ว ยังไม่พบว่าช่วยลดอาการ หรือ ระยะเวลาในการเป็นได้
  • ถุงลมโป่งพอง หรือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พบว่าการกินโสมช่วยให้การทำงานของปอด และ อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้
  • ความจำเสื่อมตามอายุ การกินโสมและสมุนไพรอื่นๆเป็นเวลา 1 เดือน ช่วยให้ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลงลืม ความจำดีขึ้นได้
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง พบว่าการกินโสมร่วมกับยาฆ่าเชื้อ อาจช่วยให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ดีกว่าการกินยาฆ่าเชื้อเพียงอย่างเดียว
  • มะเร็ง บางงานวิจัยพบว่า การกินโสมอาจช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งรังไข่ มะเร็งผิวหนัง อย่างไรก็ตาม บางงานวิจัยก็พบว่าโสมไม่ช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็ง แต่สามารถช่วยให้มะเร็งโตช้าลง และ เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งได้
  • หวัด บางงานวิจัยพบว่าการกินโสมช่วยลดโอกาสในการเป็นหวัดได้
  • หัวใจล้มเหลว พบว่าการกินโสมทุกวัน ช่วยให้การทำงานของหัวใจดีขึ้นได้
  • เบาหวาน งานวิจัยยังออกมาไม่ตรงกัน มีเพียงบางงานวิจัยพบว่า การกินโสมทุกวันช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นได้
  • อาการเหนื่อยอ่อนเพลีย พบว่าการกินโสมทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน ช่วยลดอาการเหนื่อยอ่อนเพลียได้
  • ปากมีกลิ่น พบว่าการกินโสมแดงเกาหลีวันละครั้ง เป็นเวลา 2 เดือนครึ่ง ช่วยลดอาการปากเหม็น และ ลมหายใจมีกลิ่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารจากการติดเชื้อแบคทีเรีย pylori ร่วมด้วย
  • อาการมึนศีรษะหลังดื่มเหล้า (Hangover) งานวิจัยพบว่า การกินเครื่องดื่มสารสกัดโสมภายในเวลา 5 นาทีของการดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับการกินชีส อาจช่วยลดระดับแอลกอฮอล์ และ ลดอาการมึนศีรษะ หลังดื่มเหล้าได้
  • ความดันโลหิตสูง ผลงานวิจัยยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน บางงานวิจัยพบว่าการกินโสมวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 2 เดือนช่วยลดความดันโลหิตได้เล็กน้อยในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง บางงานวิจัยพบว่าไม่สามารถช่วยลดความดันได้
  • ระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มสูง (ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน) การกินโสมเกาหลี ร่วมกับซอสถั่วเหลืองหมักของเกาหลี (Cheonggukjang) ช่วยลดระดับน้ำตาลก่อนอาหารในผู้ที่เริ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติได้ นอกจากนี้ยังพบว่าโสมหมักสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร และ เพิ่มการหลั่งอินซูลินหลังอาหารในผู้ที่เริ่มมีระดับน้ำตาลสูงได้
  • อาการช่วงหมดประจำเดือน พบว่าโสมช่วยลดบางอาการที่เกิดขึ้นในช่วงหมดประจำเดือนได้ เช่น อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ซึมเศร้า แต่ยังไม่พบว่าช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลที่มักสูงในช่วงวัยหมดประจำเดือนอีกด้วย
  • ซึมเศร้า วิตกกังวล
  • อาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ
  • โลหิตจาง
  • กระเพาะอาหารอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร
  • ปวดปลายประสาท

ที่มา: วิกิพีเดีย

ใส่ความเห็น