เทพธาโร สรรพคุณ รสยาและประโยชน์ของน้ํามันเทพทาโร

เทพธาโร สรรพคุณและประโยชน์ของสมุนไพรไทยนี้ ไม้เทพธาโรเป็นยาหอมแก้ลม จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้อาการปวดท้อง ช่วยขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร

เทพธาโร (Cinnamomum porrectum Kosterm) หรืออบเชยจีน, ไม้การบูร เป็นพืชสมุนไพรจำพวกต้น ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือเรียก จะไดหอม หรือจะไดต้น ส่วนภาคใต้เรียก จวงหอม หรือจวง และภาคอีสานเรียก ตะไคร้ต้น หรือปูต้น ตลอดจนชาวมลายูเรียก มือแดกะมางิง เป็นต้น ซึ่งเทพธาโรนั้นจัดเป็นไม้หอมชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันกับอบเชย โดยเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพังงา มักพบกระจายพันธุ์ในแถบเอเชียเขตร้อน ส่วนในประเทศไทยนั้นจะพบต้นเทพธาโรนี้ตามเขาในป่าดงดิบ โดยเฉพาะในภาคใต้ของไทย และถือเป็นไม้พื้นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเลยทีเดียว

ลักษณะทั่วไปของเทพธาโร
สำหรับต้นเทพธาโรนั้นจัดเป็นไม้ต้น เนื้อไม้มีกลิ่นหอมฉุน โดยมีลำต้นสูงประมาณ 10 – 30 เมตร บริเวณยอดจะเป็นพุ่มทึบ มีเปลือกเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีเทาแกมเขียว ส่วนใบของเทพธาโรนั้นจะมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ออกแบบเรียงตรงกันข้ามกัน รูปทรงรี บริเวณโคนใบสอบ และปลายใบแหลม มีสีเหลืองหรือขาว ส่วนดอกนั้นจะออกแบบเป็นช่อๆ กระจุกอยู่บริเวณปลายกิ่ง และผลนั้นมีสีเขียวเป็นทรงกลมเล็กๆ ซึ่งมีการขยายพันธุ์โดยการปักชำและเพาะเมล็ด

ประโยชน์และสรรพคุณของเทพธาโร
เนื้อไม้ – ช่วยในการแก้ลมจุกเสียด ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้อาการแน่นเฟ้อ รวมทั้งแก้อาการปวดท้อง ช่วยในการขับผายลม ทำให้เรอ และใช้บำรุงธาตุ ตลอดจนสามารถนำมาฝนกับเปลือกหอยขมน้ำซาวข้าวดำก้นยา แก้อาการไข้สะอึก ให้รสเผ็ดร้อนหอม
ยาง – ช่วยในการขับถ่ายพยาธิ และถ่ายน้ำเหลืองเสีย และถ่ายอย่างแรง ให้รสร้อน

สำหรับต้นเทพธาโรนี้จัดเป็นไม้หอมอันทรงคุณค่าเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากคุณประโยชน์จากต้นแล้ว ยังมีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกด้วย โดยมีการนำมาใช้ในงานแกะสลักทำตู้ หรือเตียงนอน และหีบใส่ผ้ากันแมลงต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

การใช้ประโยชน์
เทพทาโรเป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เนื้อไม้แข็งปานกลาง เนื้อไม้และรากมีกลิ่นหอม มีหลักฐานการใช้ไม้เทพทาโรมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เช่น ใช้ทำเครื่องหอมประทินผิว ทำธูปหอม ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาโอสถพระนารายณ์ ในตำรับยาเจริญอาหาร นอกจากนี้ยังใช้ในการก่อสร้าง ทำไม้บุผนัง ทำแจว ทำพาย กรรเชียง กระเบื้องไม้ ทำเครื่องเรือน ของใช้ เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง หีบใส่ผ้า เชื่อว่าป้องกันตัวเรือด ตัวไร มด มอด และแมลงอื่นๆ ได้ต่อมามีผู้นิยมนำไปใช้ทำหิ้งพระเนื่องจากถือว่าเทพทาโรเป็นไม้มงคล ปัจจุบันเนื้อไม้ ตอ และราก ใช้แกะสลักทำประดิษฐกรรมต่างๆ และได้รับการส่งเสริมให้เป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้เทพทาโร อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยเศษไม้และขี้เลื่อยที่เหลือจากงานแกะสลักหรือประดิษฐกรรมนำมากลั่นน้ำมันเทพทาโรจำหน่าย หรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มอื่นๆ เช่น ยาหม่อง น้ำมันเหลือง น้ำมันนวด แก้ปวดข้อ และน้ำมันนวดสปา ไม้ที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันใช้ทำธูปหอมหรือกำยานสำหรับจุดให้กลิ่นหอมในสปา เป็นต้น

เปลือกหรือเนื้อไม้เทพทาโร เป็นสมุนไพร ใช้ผสมในตำรับยาหอมแก้ลม จุกเสียดแน่น แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ใช้ขับลม เป็นยาบำรุงธาตุ เนื้อไม้ใช้ต้มกับน้ำดื่มแก้ท้องร่วง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้วิงเวียนอาเจียน โรคบิด โรคหอบหืด หวัด ใช้เป็นยาบำรุงโลหิตสำหรับสุภาพสตรีที่มีรอบเดือนไม่ปกติ ใบ มีกลิ่นหอมใช้เป็นเครื่องเทศแทนใบกระวาน ยอดอ่อน รับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริก หรือตากแห้งชงเป็นชาดื่มบำรุงร่างกาย น้ำมันบีบจากผล ใช้ทานวดแก้ปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอก แก้ผื่น บวม ทาแผลสด แผลเรื้อรัง แก้อักเสบ แก้แมลงสัตว์กัดต่อย ทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ทาริดสีดวงทวาร รักษาแผลในหูแก้ปวดฟัน ราก ใช้ทำยาแก้ไข้และเครื่องเทศ

การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันเทพทาโรที่กลั่นจากใบและผลเทพทาโรในบ้านเราพบว่า สามารถแบ่งเทพทาโรออกได้เป็น 2 สายพันธุ์ย่อย (chemotypes) ตามองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันที่ได้ ได้แก่ กลุ่มที่ใบและผลให้น้ำมันที่มีแซฟฟรอลเป็นองค์ประกอบสำคัญมากกว่าร้อยละ 80 มีคุณสมบัติและกลิ่นคล้ายน้ำมันแซสซาฟรัส(รูทเบียร์) และกลุ่มที่ใบและผลมีน้ำมันที่ให้กลิ่นคล้ายตะไคร้ ประกอบด้วยสารสำคัญได้แก่ ซิตรอล (citral) มิวยูรอลอล (muurolol) และไลโมนีน (limonene) นอกจากนี้ยังพบว่าผลและเมล็ดให้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยสูงสุด รองลงไปคือ ราก เนื้อไม้และใบ เนื่องจากมีรายงานว่าแซฟฟรอลมีฤทธิ์แก้ปวดข้ออักเสบ ปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์ และน้ำมันเทพทาโรที่มีแซฟฟรอลเป็นองค์ประกอบสำคัญออกฤทธิ์ต้านเชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในมนุษย์ได้ดี ทำให้น้ำมันเทพทาโรชนิดที่มีแซฟฟรอลเป็นองค์ประกอบหลักมีศักยภาพที่จะนำมาเตรียมเป็นยาทาถูนวดแก้ปวดข้อ แก้ข้ออักเสบ และยารักษาโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดได้

ส่วนน้ำมันชนิดที่มีกลิ่นคล้ายตะไคร้พบว่า มีองค์ประกอบสำคัญบางชนิดคล้ายกับน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้และผิวส้ม ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ รวมถึงมีฤทธิ์ไล่แมลง น่าจะมีศักยภาพที่จะพัฒนาใช้ประโยชน์ในทำนองเดียวกับน้ำมันหอมจากตะไคร้และน้ำมันหอมจากผิวส้มได้เช่น ใช้แต่งกลิ่นสบู่ ทำสเปรย์กำจัดยุง และไล่แมลง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยว่าเนื้อในเมล็ดเทพทาโรมีโปรตีน 2 ชนิด คือ พอเร็คติน (porrectin) และซินนาโมมิน (cinnamomin) ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซม (ribosome)ในการสร้างโปรตีนเช่นเดียวกับไรซิน (ricin) และอะบริน (abrin) อาจจะพัฒนาไปสู่สารยับยั้งโรคพืช และ/หรือยารักษาโรคมะเร็ง และโรคเอดส์ได้ในอนาคต

น้ำมันที่บีบได้จากผลสุกของเทพทาโรใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคเช่น ใช้ทาถูนวดแก้ปวดข้อ แก้ข้ออักเสบ รักษาแผลอักเสบ ฯลฯ ราคาของผลเทพทาโรที่มีคุณภาพดีราคากิโลกรัมละ 45-50 บาท ผลเทพทาโรคุณภาพรองลงมาราคากิโลกรัมละ 30-38 บาท ทำให้ราคาของน้ำมันเทพทาโร แปรผันตามคุณภาพและราคาของผล น้ำมันที่ได้จากการบีบผลเทพทาโรจำหน่ายในราคาลิตรละประมาณ 4,000 บาท หรือบรรจุใส่ขวดลูกกลิ้งขนาด 8 มิลลิลิตร จำหน่ายในราคาขวดละ 50 บาท มูลค่าทางเศรษฐกิจของไม้เทพทาโรในตลาดโลก จากรายงานของ UNEP-WCMC พบว่า ในปี 2535 มาเลเซียส่งออกไม้เทพทาโรเป็นมูลค่า 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และจากเว็ปไซต์เมล็ดพันธุ์ไม้พบว่า ปัจจุบันเมล็ดเทพทาโรมีราคาขายในตลาดโลกอยู่ที่กิโลกรัมละ 214 เหรียญยูโร หรือ 10,700 บาท(อัตราแลกเปลี่ยน 50 บาทต่อ 1 เหรียญยูโร) น้ำมันเทพทาโรที่ได้จากการกลั่นเนื้อไม้ ราก หรือเมล็ดมีองค์ประกอบใกล้เคียงน้ำมันแซฟซาฟรัส(มีแซฟฟรอลร้อยละ 80-95) เป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศ ประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญได้แก่ ญี่ปุ่น อิตาลีและสหรัฐอเมริกา ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 4-6 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 135-202 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 33.69 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ) ขึ้นกับปริมาณแซฟฟรอลที่มีอยู่ในน้ำมัน โดยมีประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกัมพูชา

แหล่งอ้างอิง : เทพทาโร – วิกิพีเดีย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ – กรมป่าไม้

ใส่ความเห็น