เจตพังคี สรรพคุณ ประโยชน์และสารสำคัญสมุนไพร

เจตพังคี สรรพคุณ ราก รสขมร้อนขื่น แก้ธาตุพิการ จุกเสียดแน่นเฟ้อ ปวดท้อง ขับผายลมทำให้เรอ แก้ท้องร่วง เจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้มูกเลือด ฝนกับน้ำปูนใสและมหาหิงศ์ทาท้องเด็ก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เจตพังคี ตำรายาสมุนไพรไทย-จีน ใช้ ราก รสเผ็ดขม เป็นยาร้อนเล็กน้อย เป็นยาทะลวงลมปราณ ช่วยคลายเส้นเอ็น และทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ขับลมชื้น ใช้รักษาโรคไขข้ออักเสบเนื่องจากลมชื้นเกาะติด แก้ปวด เช่น ปวดหลัง ปวดเอว ปวดแข้งขา แก้ฟกช้ำดำเขียว แก้อาการท้องอืดเฟ้อ จุกเสียด แน่นหน้าอก แก้ปวดกระเพาะ ปวดท้องน้อย

เจตพังคี ชื่อวิทยาศาสตร์: Cladogynos orientalisZipp.ex Span. เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ Euphorbiaceae และเป็นพืชเพียงชนิดเดียวในสกุลนี้ ชื่ออื่นๆคือ ใบหลังขาว (กลาง) เปล้าน้ำเงิน (ใต้) ตองตาพราน (สระบุรี) ตะเกีย เปล้าเงิน หนาดตะกั่ว (นครราชสีมา) มนเขา (สุราษฎร์ธานี) สมี (ประจวบคีรีขันธ์) ปานดง พังคี ปานดงเหลือง รากเรียวและยาว เปลือกหุ้มรากเป็นเยื่อบางสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม

เจตพังคีเป็นพืชสมุนไพร ใช้ ราก แก้ท้องขึ้น ปวดแน่นท้อง ทำให้ผายลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้ปวดท้อง ใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำหรือทำเป็นผง หรือดองเหล้า กินแก้ลมจุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ท้องร่วง ราก ผสมกับรากกำยาน ต้มน้ำดื่ม บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ หรือผสมกับสมุนไพรอื่น บดเป็นผง ละลายน้ำ เติมน้ำตาลทรายพอหวาน ดื่มเป็นยารักษาธาตุ เจริญอาหาร ขับลมที่คั่งในลำไส้ และกระเพาะอาหาร ทางจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ ราก ต้มน้ำดื่ม หรือฝนทา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ในเด็ก หรือตำประคบ แก้ปวด ทางภาคเหนือใช้รักษาอาการเลือดคั่ง หรือเกิดอาการกระสับกระส่าย ให้เอาเจตพังคีผสมกับตัวยาอื่น ตำเป็นผงใส่น้ำเย็น เอาเหล็กหล่อเผาให้ร้อนแดง แล้วโยนใส่น้ำยา แล้วนำมากิน

เจตพังคี ชื่อวิทยาศาสตร์ Cladogynos orientalis Zipp. ex Span. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Adenochlaena siamensis Ridl.[2]) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ACALYPHOIDEAE[1],[2],[3]

สมุนไพรเจตพังคี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ตองตาพราน (สระบุรี), สมี (ประจวบคีรีขันธ์), มนเขา (สุราษฎร์ธานี), ตะเกีย เปล้าเงิน หนาดตะกั่ว (นครราชสีมา), ใบหลังขาว (ภาคกลาง), เปล้าน้ำเงิน (ภาคใต้), พังคี, พังคีใหญ่, ปานดง, ปานดงเหลือง, เป้าเงิน, สมีหนาดตะกั่ว เป็นต้น

ลักษณะของเจตพังคี

  • ต้นเจตพังคี จัดเป็นไม้พุ่ม มีความสูงประมาณ 2 เมตร กิ่งก้านมีขนเป็นรูปดาวสีขาว เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลขรุขระ ทุกส่วนมีขน[2],[5] ส่วนรากมีลักษณะเรียวยาว เปลือกหุ้มรากเป็นเยื่อบางสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอม และมีรสเผ็ด ขื่น และเฝื่อนเล็กน้อย[3],[5] สามารถพบได้ตามป่าดิบ ป่าไม่ผลัดใบ ป่าเขาหินปูน ในพื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 200-500 เมตร
  • ใบเจตพังคี ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่หรือรูปวงรี มีความกว้างประมาณ 3-8 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบมน หรือเป็นรูปทรงกลมแคบ ส่วนขอบใบหยักและไม่สม่ำเสมอ แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ใบหนา ด้านบนของใบเกลี้ยง ส่วนแผ่นใบด้านล่างมีขนสีขาวจำนวนมาก ทำให้มองเห็นแผ่นใบเป็นสีขาวหรือสีเงิน มีเส้นใบข้างละประมาณ 4-5 คู่ ก้านใบมีขนและยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ส่วนหูใบเป็นรูปใบหอก มีขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร ที่ฐานมีต่อม 1 ต่อม
  • ดอกเจตพังคี ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ส่วนก้านช่อยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ในแต่ละช่อดอกจะมีดอกตัวผู้ 1-2 ดอกและดอกตัวเมีย 1 ดอก โดยดอกตัวผู้จะมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ขนาดประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร มีขนขึ้นนุ่มเป็นรูปดาว มีเกสรตัวผู้สีเหลือง เป็นเส้นยาวยื่น 4 เส้น ส่วนอับเรณูมีขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร และก้านชูยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ส่วนดอกตัวเมียจะเป็นหมัน มีขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มีก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1.3 เซนติเมตร มีใบประดับอยู่ 2 ใบ โดยใบหนึ่งจะมีลักษณะคล้ายใบ มีขนาดประมาณ 9 มิลลิเมตร ส่วนอีกใบจะเป็นรูปแถบ มีขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตรและร่วงได้ง่าย กลีบเลี้ยงติดคงทน เป็นรูปแถบมีประมาณ 6-7 กลีบ มีความกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 6-13 มิลลิเมตร มีขนนุ่ม ส่วนที่ขอบมีต่อมอยู่ประปราย ส่วนรังไข่เป็นรูปกึ่งทรงกลม มีก้านชู 3 อัน ขนาดประมาณ 7 มิลลิเมตร โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
  • ผลเจตพังคี ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม ผลแห้งไม่แตก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 มิลลิเมตร ผลแบ่งออกเป็น 3 พู ผิวของผลทั้งผลเป็นลายเส้นสีขาวและมีขนนุ่มสีขาว ในผลมีเมล็ดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 มิลลิเมตร โดยจะติดผลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

สรรพคุณของเจตพังคี

  • ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ด้วยการใช้รากเจตพังคีผสมกับรากกำยาน ใช้ต้มกับน้ำดื่ม (ราก)[2],[3]
  • ใช้เป็นยารักษาธาตุ ด้วยการใช้รากเจตพังคีผสมกับไพล กระเทียม กระทือบ้าน กระทือป่า ขิง ดีปลี พริกไทย และเจตมูลเพลิงแดง นำมาบดเป็นผง ละลายกับน้ำ เติมน้ำตาลทรายพอหวานแล้วนำมาดื่ม (ราก)[3]
  • ช่วยบำรุงหัวใจ ด้วยการใช้รากเจตพังคีผสมกับรากกำยาน ใช้ต้มกับน้ำดื่ม (ราก)[3]
  • ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ มีอาการระส่ำระส่าย (ใบ)[2]
  • ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ราก สูตรเดียวกับยารักษาธาตุ)[3]
  • ช่วยแก้ลงแดง (ราก)[2]
  • ใบช่วยแก้ไข้อันบังเกิดแต่ตับและช่วยถอนพิษไข้ (ใบ)[2]
  • ช่วยแก้หวัดในเด็ก (ใบ)[2]
  • ช่วยแก้สันนิบาตลงโลหิตสดออกมา (ราก)[2]
  • ช่วยขับเสมหะให้สำรอกออกมา (ผล)[2]
  • ช่วยแก้กำเดาในเด็ก (ใบ)[2]
  • ช่วยแก้ลม (ใบ)[2]
  • ช่วยแก้ลมในกองธาตุ (ราก)[2]
  • ช่วยแก้ลมกาฬ (ราก)[2]
  • ช่วยแก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับผายลม แก้ลมจุกเสียด แก้อาการปวดแน่นท้อง ด้วยการใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้ทั้งต้นนำมาต้มหรือทำเป็นผง หรือนำไปดองเหล้าใช้กิน หรือใช้ภายนอกด้วยการผสมกับน้ำปูนใส ผสมกับมหาหิงคุ์และการบูรใช้ทาท้องเด็กอ่อน จะช่วยทำให้ผายลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และอาการปวดท้อง (ราก, ทั้งต้น)[2],[3]
  • ช่วยแก้อาการท้องร่วง ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาต้มน้ำ หรือทำเป็นผง หรือใช้ดองเหล้าดื่ม (ราก, ทั้งต้น)[2],[3]
  • ช่วยขับลมที่คั่งในลำไส้และในกระเพาะอาหาร (ราก ใช้สูตรเดียวกับยารักษาธาตุ)
  • ช่วยแก้อาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด (ราก)[2]
  • ช่วยแก้พยาธิให้ออกทางอุทร (ไส้)[2]
  • ช่วยแก้สตรีมีครรภ์ตกเลือด และช่วยแก้มดลูกพิการ (ดอก)[2]
  • ช่วยรักษาอาการเลือดคั่งหรือเกิดอาการกระสับกระส่าย ด้วยการใช้เจตพังคี รากดับยาง หัวเป้งบก ในสัดส่วนที่เท่ากัน นำมาตำให้เป็นผง ใส่น้ำเย็น เอาเหล็กหล่อเผาให้ร้อนแดง แล้วโยนใส่น้ำยาที่เตรียมไว้ แล้วนำมากิน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าเป็นราก)[3]
  • ช่วยแก้ตับอักเสบ (ใบ)[2]
  • ช่วยแก้คุดทะราด (ราก)[2]
  • รากใช้ตำประคบแก้อาการปวด (ราก)[3]
  • ช่วยแก้บวม (ราก)[2]
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้กลาก เกลื้อน (เปลือก)[2]
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรคภายใน (เปลือก, ไส้)[2]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของเจตพังคี

  • เจตพังคีมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ มีฤทธิ์เหมือน Histamine ช่วยยับยั้งเอนไซม์ Reverse Transcriptase[2]

ประโยชน์เจตพังคี

  • ใบเจตพังคี ใช้แก้สิว (ใบ)[2]
  • นำมาแปรรูปเป็นตำรับยาสมุนไพรสำเร็จรูป ในชื่อของตำรับยา “ยาประสะเจตพังคี” โดยจัดเป็นตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ซึ่งมีสรรพคุณแก้กษัยและแก้อาการจุกเสียด โดยประกอบไปด้วยสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ดังนี้ กานพลู การบูร กรุงเขมา เกลือสินเธาว์ ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ ลูกสมอทะเล ลูกกระวาน ใบกระวาน รากไคร้เครือ พญารากขาว เปลือกหว้า (ทั้งหมดนี้อย่างละ 1 ส่วน), และยังมีพริกไทยล่อน บอระเพ็ด ระย่อม (อย่างละ 2 ส่วน), ข่า (16 ส่วน) และเจตพังคี (34 ส่วน) ใช้รับประทานก่อนอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 1 ช้อนชา ละลายด้วยน้ำสุก[4]

ขอบคุณที่มา th.wikipedia.org , medthai.com

ใส่ความเห็น