บอระเพ็ดพุงช้าง สรรพคุณ ประโยชน์ของต้นสบู่เลือด

บอระเพ็ดมีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง มีรายงานว่าหัวบอระเพ็ดพุงช้างนำมาดองเหล้ากินเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยให้กระชุ่มกระชวย สุขภาพแข็งแรง สรรพคุณเป็นยาบำรุงกำหนัด แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติของสตรี แก้อาการปวดศีรษะ ไมเกรน ผสมกับยาสมุนไพรอื่น ๆ มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน

บอระเพ็ดพุงช้าง ชื่อวิทยาศาสตร์: Stephania suberosa เป็นพืชในสกุลสบู่เลือด วงศ์ Menisspermaceae เป็นไม้เถาอายุหลายปี มีหัวกลม โผล่พ้นดิน โคนต้นมีเปลือกแข็ง ปลายยอดเรียบและเหี่ยวแห้งในฤดูแล้ง ใบเดี่ยว ช่อดอกแยกเพศ ออกที่ซอกใบ ผลสดกลมมีขนาดเล็ก ออกดอกเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม กระจายตามเขาหินปูนในภาคตะวันตก พบครั้งแรกในประเทศไทยที่เขาหินปูนที่บ้านวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี

บอระเพ็ดพุงช้าง

ชื่อสมุนไพร : บอระเพ็ดพุงช้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stephania venosa (Blume) Spreng.

ชื่อวงศ์ : MENISPERMACEAE

ชื่ออื่นๆ : สบู่เลือด (ลำปาง),กระท่องเลือด กลิ้งกลางดง โกฐหัวบัว บอระเพ็ดยางแดง บัวเครือ บัวบก เปล้าเลือดเครือ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

บอระเพ็ดพุงช้าง เป็นไม้เลื้อย มีน้ำยางสีแดง โคนต้นเป็นหัว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกนสามเหลี่ยม ปลายมนหรือเว้าตื้น โคนใบตัดเป็นรูปหัวใจ ท้องใบมีขนและคราบสีขาว ดอกช่อแยกเพศ ช่อดอกตัวผู้เป็นกระจุกรูปซี่ร่มออกที่ซอกใบ กลีบเลี้ยง 6 กลีบ สีเขียวเรียงเป็น 2 วง วงนอกกลีบเลี้ยงรูปใบหอกกลับ วงในกลีบเลี้ยงรูปไข่กลับ กลีบดอก 3 กลีบ สีส้ม รูปสามเหลี่ยมแกมไข่กลับ ดอกตัวเมียออกเป็นกระจุกแน่นกว่า กลีบเลี้ยงรูปวงรีมี 1 กลีบ กลีบดอกรูปคล้ายโล่ มี 2 กลีบ

ราก สรรพคุณ : แก้โรคเรื้อนใหญ่ เรื้อนน้อย แก้มะเร็ง คุดทะราด แก้กลากเกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้าบำรุงเส้นประสาท แก้ไข้ แก้หืด แก้บิด

หัว สรรพคุณ : แก้เสมหะในคอและทรวงอก บำรุงกำลัง บำรุงความกำหนัด แก้ไข้ แก้หืด แก้บิด ขับลมผาย

ต้นและ เถา สรรพคุณ : แก้ลมแน่นในทรวงอกให้กลาย แก้โรคเรื้อนใหญ่ เรื้อนน้อย แก้มะเร็งคุดทะราด แก้กลาก แก้เกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้า แก้โรคมือเท้าไม่มีกำลัง กระจายลมที่แน่นอยู่ในอกให้กระจาย ขับโลหิตระดู ขับพยาธิในลำไส้

ดอก และผล สรรพคุณ : ฆ่าแม่พยาธิอันเกิดจากโรคเรื้อน และกุฏฐัง แก้มะเร็งคุดทะราด แก้กลากเกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้า ทำให้อุจจาระละเอียด แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ช่วยย่อยอาหาร ทำให้อาหารงวด (ช่วยย่อยอาหาร)

สรรพคุณบอระเพ็ดพุงช้าง
หัว ดองเหล้ากินขับเสมหะ บำรุงกำลัง มีการศึกษาวิจัยไม่ระบุส่วนที่ใช้เพื่อพัฒนาใช้เป็นยาป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากมีสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholinesterase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำลายสารสื่อประสาทในสมองบางชนิด อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาสมุนไพรตัวนี้เพื่อใช้เป็นยาต้านมะเร็งอีกด้วย สรรพคุณทางยาอื่น ๆ ได้แก่ ทำให้เจริญอาหาร แก้อาการตกเลือดของสตรี รวมทั้งอาการตกขาว ช่วยรักษาอาการผอมแห้ง หน้าตาซีดเซียว ไม่มีน้ำมีนวล อย่างไรก็ตามควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้บอระเพ็ดพุงช้างในสตรี สำหรับผู้ที่เลือดจางหรือเลือดน้อยใช้หัวนำมาต้มกิน แก้เลือดลม ลดความดันโลหิต นำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนไว้กินเป็นยาอายุวัฒนะ หัวหรือราก ใช้แก้ไข้ ลดไข้ของเด็กได้ แก้หอบหืด ขับลม ดอก แก้โรคผิวหนังมีผื่นคัน ดอกหรือผล ย่อยอาหาร เถา น็ขับพยาธิในลำไส้ ปรุงเป็นยาขับโลหิตระดูของสตรี เถาหรือลำต้นกระจายลมที่แน่นในอก ใบ ช่วยบำรุงธาตุไฟในร่างกายรักษาแผลสดและแผลเรื้อรังได้ รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคันตามตัวได้ เปลือกต้นและใบ แก้ไข้มาลาเรีย รากหรือใบ บำรุงประสาท บำรุงเส้นประสาท ป้องกันโรคความจำเสื่อม ลำต้นหรือส่วนหนาม แก้เสมหะในคอและทรวงอก แก้บิด

ข้อควรระวัง มีสารที่มีพิษต่อไต อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

ตามความเชื่อที่มีต่อ “ว่านสบู่เลือด” แต่โบราณ
เชื่อว่าดีทางด้านคงกระพันชาตรี โดยนักเลงสมัยก่อนนิยมใช้ยางจากหัวให้ อาจารย์ดังๆสักลงอักขระเลขยันต์ใส่ตัว เพื่อจะได้คงกระพันตลอดชีวิต แต่ผู้สักต้องปฏิบัติดี ไม่ผิดศีลห้า เนื้อหัว “ว่านสบู่ เลือด” มีรสขม เมื่อกินเข้าไปจะทำให้คง กระพันเพียงชั่วเมา เมื่อหมดฤทธิ์จะเจ็บปวดได้ ก่อนกินหรือใช้ต้องว่าคาถา “นะโมพุทธายะ” จำนวน 108 คาบ จะศักดิ์สิทธิ์มาก ปัจจุบันเป็น 1 ใน 108 ว่าน ใช้ทำ “องค์ จตุคามรามเทพ” ทางยาโบราณ ฝานเนื้อหัวเป็นแว่นๆ ตากแห้งแล้วบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นก้อนขนาดปลายนิ้วก้อยมือผู้ใหญ่ กิน 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด สตรีประจำเดือนมาไม่ปกติ ใช้หัวสดกะพอประมาณสับละเอียดผสมน้ำซาวข้าว หรือเหล้า 40 ดีกรีเล็กน้อย กินจะหายได้

ตำรายาแผนไทยปัจจุบัน

  • ระบุว่า ใบของ “ว่านสบู่เลือด” เพิ่งจะค้นพบว่า มีสรรพคุณทางเภสัชชั้นยอด โดยใช้ใบจำนวน 7 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดต้มกับน้ำกะตามต้องการดื่มแทนน้ำชา จะเป็นยาบำรุงเซลล์สมอง และ บำรุงเส้นปลายประสาทได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เป็นโรคความจำเสื่อมได้
  • ราก ของ ว่านสบู่เลือด แก้โรคเรื้อนใหญ่ เรื้อนน้อย แก้มะเร็ง คุดทะราด แก้กลากเกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้าบำรุงเส้นประสาท แก้ไข้ แก้หืด แก้บิด
  • หัว ของ ว่านสบู่เลือด แก้เสมหะในคอและทรวงอก บำรุงกำลัง บำรุงความกำหนัด แก้ไข้ แก้หืด แก้บิด ขับลมผาย
    ต้น ของ ว่านสบู่เลือด แก้ลมแน่นในทรวงอกให้กลาย แก้โรคเรื้อนใหญ่ เรื้อนน้อย แก้มะเร็งคุดทะราด แก้กลาก แก้เกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้า แก้โรคมือเท้าไม่มีกำลัง
  • เถา ของ ว่านสบู่เลือด กระจายลมที่แน่นอยู่ในอกให้กระจาย ขับโลหิตระดู ขับพยาธิในลำไส้
    ใบ ของ ว่านสบู่เลือด บำรุงไฟธาตุ แก้โรคเรื้อนใหญ่ เรื้อนน้อย แก้มะเร็งคุดทะราด แก้กลากเกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้า แก้แผลเรื้อรัง และแผลสด
  • ดอก ของ ว่านสบู่เลือด ฆ่าแม่พยาธิอันเกิดจากโรคเรื้อน และกุฏฐัง แก้มะเร็งคุดทะราด แก้กลากเกลื้อน แก้หิด แก้สิว แก้ฝ้า ทำให้อุจจาระละเอียด แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ช่วยย่อยอาหาร
  • ผล ของ ว่านสบู่เลือด ทำให้อาหารงวด (ช่วยย่อยอาหาร)
  • หนาม ของ ว่านสบู่เลือด แก้โลหิตอันเน่าในท้องในตก แก้เสมหะในคอและทรวงอก

อ้างอิง HealthToday Magazine, No.188 December 2016, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ใส่ความเห็น