กาแฟโรบัสต้า สรรพคุณ Robusta Coffee ประโยชน์และโทษของกาแฟ

Robusta โรบัสต้า สรรพคุณด้านยาสมุนไพรของกาแฟ ส่วนใหญ่เป็นผลจากสารกาเฟอีนซึ่งมีอยู่ในเมล็ดกาแฟประมาณร้อยละ 0.8-1.7 ตำรับยาสมุนไพรของไทยไม่มีการใช้กาแฟรักษาโรคโดยตรงดังเช่นพืชสมุนไพรตัวอื่นๆ แต่ก็มีรวบรวมเอาไว้ในประมวลสรรพคุณยาไทยว่าด้วยพฤกษชาติ วัตถุธาตุ และสัตว์วัตถุนานาชนิดของสมาคมโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ สำนักวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ระบุสรรพคุณของกาแฟว่าทำให้ตาแข็ง บำรุงหัวใจ แก้ปวดศีรษะเนื่องจากเส้นประสาท แก้อาการหอบหืด

Robusta โรบัสต้า คือ พันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคิดเป็น 20% ทั่วโลกรองลงมาจากอราบิก้า ลักษณะของเมล็ดจะอวบอ้วนและส่วนผ่าตรงกลางนั้นจะเป็นเส้นตรง โรบัสต้าจะปลูกในพิ้นที่ต่างกับอราบิก้าโดยสินเชิงคือ ปลูกในพื้นที่ต่ำ ให้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 500 – 600 เมตร เท่านั้น เพราะพันธุ์นี้จะปลูกให้ได้คุณภาพที่ดีต้องปลูกในพื้นที่อากาศชุ่มชื้น จึงพบว่านิยมปลูกในจังหวัดแถบภาคใต้ เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ส่วนกลิ่นของสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้าจะค่อนข้างออกไปทางฉุน รสชาติก็จะเข้มข้นและขมกว่า ส่วนมากจะถุกนำไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูป เพราะด้วยปริมาณคาเฟอีนที่มีมากถึง 2% ขึ้นไป

กาแฟโรบัสต้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าธรรมชาติ อาฟริกา บริเวณเส้นศูนย์สูตรจากระดับความสูง ๑,๕๐๐ เมตร ชาวอาฟริกันในอูกานดาได้ปลูกกันเป็นจำนวนเล็กน้อยโดยใช้เมล็ดที่เก็บมาจากในป่า ก่อนนักสำรวจชาวยุโรปจะค้นพบต้นกาแฟนี้ถูกจำแนกและตั้งชื่อว่าCoffea canephora โดย Pierre ปี ค.ศ. ๑๘๙๗ และแพร่กระจายไปยังกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม โดยได้ชื่อว่า C.robusta ในการค้า คงเรียกว่า กาแฟโรบัสต้า เพื่อให้แตกต่างจากกาแฟอราบิก้า หลังจากนั้นได้ถูกส่งเข้าไปในชวา และพบว่ามีการเจริญเติบโตแข็งแรงดี และมีความต้านทานโรคราสนิมได้อย่างดี ดังนั้น จึงปลูกกันอย่างกว้างขวาง และตั้งแต่ปี คศ.๑๙๐๐ การปลูกกาแฟโรบัสต้าก็ได้แพรหลายทั่วไปในเขตร้อนชื้น ซึ่งสามารถปลูกได้ผลสำเร็จดีในระดับความสูงต่ำกว่าบริเวณที่ไม่เหมาะสำหรับกาแฟอราบิก้า- และโรคราสนิม เป็นปัญหาสำคัญปัจจุบันยังคงเป็นพันธุ์ที่สำคัญที่สุดพันธุ์หนึ่งของอาฟริกา และ เอเซีย แต่มีปลูกกันน้อยมาก ในแหล่งปลูกกาแฟที่กาแฟอราบิก้ายังคงปลูกได้ดี

สรรพคุณของกาแฟ

  • มีงานวิจัยหลายงานที่ระบุว่า เมล็ดกาแฟมีสารกาเฟอีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและกระตุ้นประสาทส่วนกลาง การดื่มกาแฟจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ตาแข็ง นอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายสดชื่น ขจัดความเซื่องซึมและอ่อนล้าได้ โดยมีการยืนยันจากผลการทดลองที่ทำการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่งที่ได้ดื่มกาแฟในระหว่างการฝึกซ้อม และได้พบว่านักกีฬากลุ่มดังกล่าวสามารถฝึกซ้อมกีฬาได้นานขึ้นหรืออึดมากขึ้น โดยความคึกคักที่เกิดขึ้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • ปริมาณกาเฟอีนในกาแฟที่เหมาะสมสามารถช่วยลดอาการหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้า รวมถึงความเครียดได้ การดื่มกาแฟจึงทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข โดยมีรายงานผลวิจัยที่ระบุว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้ว จะสามารถช่วยลดความเครียดได้ประมาณ 15% แต่ถ้าหากดื่มถึงวันละ 4 แก้ว ก็จะช่วยลดความเครียดได้ถึง 20%
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์Arabica-Robusta โดยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา ที่เปิดเผยว่าผู้ที่มีอายุล่วงเข้าสู่วัยกลางคน ควรดื่มกาแฟวันละ 4-5 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน GCSF เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้[6] ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษากับคนวัยกลางคนในประเทศฟินแลนด์จำนวน 1,400 คน ที่พบว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละ 5 ถ้วยต่อวัน สามารถลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 65%
  • เป็นที่เชื่อกันว่ากาแฟมีสรรพคุณที่ช่วยชูกำลังได้
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ กาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด จึงช่วยระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด อีกทั้งกาแฟยังช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด บรรเทาอาการปวดศีรษะเนื่องจากการเมาสุรา อาการปวดศีรษะเนื่องจากเส้นประสาท รวมถึงอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือไมเกรน
  • กาเฟอีนสามารถช่วยขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจได้ จึงทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณศีรษะหดตัว ซึ่งก็ช่วยลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรนได้อีกด้วย
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันได้ว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-5 แก้ว สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับได้ เนื่องจากกาเฟอีนจะไปช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์ผิดปกติ และกำจัดสารพิษที่ร่างกายได้รับออกไปได้ในระดับหนึ่ง งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ศึกษาจนพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟจะมีอัตราการเป็นโรคมะเร็งต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า ผู้ป่วยที่ดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 5 ถ้วย จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึง 40% ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นที่ทำการศึกษากับผู้หญิงเป็นระยะเวลา 12 ปี โดยพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วหรือมากกว่า จะมีแนวโน้มในการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 50% และจากการศึกษากับผู้ชายจำนวน 50,000 คน เป็นระยะเวลา 20 ปี พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 6 แก้ว จะมีอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม โดยมีข้อมูลที่ระบุว่าการดื่มกาแฟนั้น จะสามารถช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้
  • จากการศึกษาของภาคเกษตรและเคมีอาหารของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ศึกษาจนพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีโอกาสรอดพ้นจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 50% เนื่องจากกาแฟมีกาเฟอีนที่มีคุณสมบัติในการยับยั้ง hIAPP และโพลีเปปไทด์ ที่เป็นตัวการก่อให้เกิดโปรตีนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • เมล็ดกาแฟ มีสรรพคุณช่วยลดน้ำระดับตาลในเลือดได้ โดยการใช้เมล็ดที่คั่วแล้ว นำมาชงกับน้ำร้อน เป็นเครื่องดื่มยามว่าง

การใช้ประโยซน์ก็เช่นเดียวกับกาแฟอราบิก้า มีคุณภาพปานกลาง กลิ่น-รส สู้กาแฟอราบิก้าไม่ได้ แต่โดยเหตุที่มีราคาถูกกว่าในการซื้อขายและในการผลิต จำนวนเปอร์เซนต์ที่ใช้ผสมในกาแฟผงจึงมีมากกว่า ปัจจุบันใช้ในอุตสาหกรรมกาแฟผงสำเร็จรูปถึง ๗๐% และ เป็นกาแฟหลักในการทำกาแฟผงชงจึงยังคงปลูกกันมากอยู่อย่างกว้างขวาง ถึงแม้ราคาจะต่ำกว่ากาแฟอราบิก้า แต่ก็เป็นการแน่นอนที่ต้นทุนการผลิตกาแฟโรบัสต้าก็ต่ำกว่าด้วย

สภาพดินฟ้าอากาศ
ดังกล่าวแล้วว่า กาแฟโรบัสต้า ได้มาจากต้นกาแฟในป่า และมีการนำไปปลูกอย่างแพร่หลายยังแหล่งปลูกกาแฟต่างๆ ในระดับความสูงต่างๆ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมาก จึงกล่าวได้ว่า กาแฟโรบัสต้าไม่ได้จำกัดความต้องการสภาพดินฟ้าอากาศเหมือนกาแฟอราบิก้า และยังได้แสดงความสามารถในการปรับตัวได้อย่างกว้างขวางอีกด้วย มีความเหมาะสมที่สุด เมื่อปลูกในระดับความสูงไม่มากนัก แต่ก็สามารถปลูกได้จนถึงระดับความสูง ๑,๕๐๐ เมตร แต่ระดับที่ เหมาะสมในชวา ประมาณ ๓๐๐-๗๐๐ เมตร แต่ก็เจริญได้ดีมาก ที่ระดับความสูง ๑,๒๐๐ เมตร ที่บริเวณทะเลสาบวิคตอเรีย สำหรับประเทศไทยมีปลูกทั่วประเทศไทย แต่มีมากทางภาคใต้ ปริมาณน้ำฝนที่เหมาะสม คือประมาณ ๗๐”ต่อปี อุณหภูมิ ๑๘๐C-๓๒๐C ต้องการช่วงแห้งแล้งสำหรับการสร้างตาดอกและจะออกดอกเมื่อได้รับน้ำฝนมี ความต้านทานต่อสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมและมีการจัดการต่ำมากกว่ากาแฟอราบิก้า พันธุ์ส่วนมากจะมีความต้านทานโรคราสนิมได้ดี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กาแฟโรบัสต้ามีลักษณะเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก อาจสูงถึง ๑๐ เมตร โทมัส (๑๙๔๗) ได้รายงานว่า พบต้นที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี ที่บริเวณทะเลสาบวิคตอเรีย

  • ราก มีรากแก้วลสั้น ระบบรากตื้นและมีรากฝอยหาอาหารเป็นจานวนมาก อยู่บริเวณดินชั้นบนลึก ๖”
  • ลำต้น แบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ ชนิดเจริญสูงขึ้นไปและชนิดเป็นพุ่ม ลักษณะการแตกกิ่ง เหมือนกาแฟอราบิก้า แต่กิ่งข้างหรือกิ่งนอนข้อที่ออกผลแล้วจะไม่ออกอีกผลจะเกิดตามส่วนที่เจริญขึ้นมาใหม่ และ เมื่อออกผลจนสุดปลายกิ่งแล้ว กิ่งจะแห้งตายและร่วงหล่น ทำให้ต้นมี ลักษณะทรงต้นแบบร่ม
  • ใบ มีขนาดใหญ่กว่ากาแฟอราบิก้า คือ กว้างประมาณ ๕-๑๕ เซนติเมตร ยาว ๑๕-๓๐ เซนติเมตร มีสีเขียวเป็นมัน ใบมักเป็นลอน เส้นกลางใบจะแบน
  • ดอก เช่นเดียวกับกาแฟอราบิก้าา มีกลิ่นหอมมาก แต่มีการผสม เกสรแบบผสมข้าม ถ้าผสมตัวเองมักเป็นหมัน
  • ผล ผลอ่อนมีสีเขียว แก่สุกแล้วมีสีแดงเข้ม มีขนาดยาวประมาณ ๐.๘-๑.๕ เซนติเมตร ภายหลังจะแห้งและกลายเป็นสีดำติดอยู่กับข้อจนกว่าจะเก็บเกี่ยว ไม่ร่วงหล่นก่อน ดังนั้น ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้พร้อมกัน ใช้เวลาจากออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวได้ประมาณ ๙-๑๐ เดือน มีเปลือกและเนื้อบาง จำนวนผลที่มีข้อมีมากกว่ากาแฟอราบิก้า อาจมี ๒๐-๗๐ ผลใน ๑ ข้อ
  • เมล็ด มีขนาดยาว ๗-๙ มิลลิเมตร แต่โดยเฉลี่ยประมาณ ๘.๕ มิลลิเมตร โดยเหตุที่เปลือกบางและมีเนื้อน้อย อัตราส่วนผลกาแฟต่อสารกาแฟ ประมาณ ๔.๕ : ๑
  • การงอก เช่นเดียวกับกาแฟอราบิก้า

พันธุ์ของกาแฟโรบัสต้าและพันธุ์ปลูก
การจำแนกพันธุ์ของกาแฟโรบัสต้า มีความสับสนและโดยเหตุที่กาแฟโรบัสต้านั้นมีการผสมเกสรชนิดผสมข้ามและตัวเองเป็นหมัน การจำแนกลักษณะให้แน่ชัดลงไปจึงทำได้ยากดังนั้น จึงจำแนกได้ เป็น ๒ แบบ ของลักษณะการเจริญเติบโต โดยโทมัส (๑๙๔๗)ในอูกานดา

กาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในภาคใต้ของประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพรระนอง นครศรีธรรมราช พังงา และจังหวัดกระบี่ กาแฟโรบัสต้าสามารถปลูกได้ดีในที่ราบต่ำ และกาแฟพันธุ์นี้ให้ประโยชน์แก่ผู้ปลูกมากมาย เช่น ต้นกาแฟโรบัสต้าสามารถเพาะปลูกได้ง่าย มีความต้านทานสูงต่อการติดเชื้อ สามารถทนต่ออุณหภูมิและระดับความชื้นที่สูงอีก อีกทั้งกาแฟพันธุ์นี้ยังให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟมากกว่าและผลของกาแฟยังสุกเร็วกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์อราบิก้า อย่างไรก็ตามเมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้าเมื่อพิจารณาแล้วจะมีคุณภาพต่ำกว่าพันธ์อราบิก้าและมีราคาถูกกว่าอีกด้วย กาแฟโรบัสต้าพันธุ์ไทยเป็นชนิดที่มีคุณภาพดีและ มีการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดการส่งออกระดับนานาชาติหลักของประเทศไทยคือ ประเทศสหรัฐอเมริกาแถบยุโรป ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสิงคโปร์ในตลาดท้องถิ่น กาแฟโรบัสต้าได้ผ่านการแปรรูปเป็นเครื่องดื่มกาแฟกระป๋อง หรือกาแฟสำเร็จรูปชนิดผงเสียส่วนใหญ่ ด้วยกรรมวิธีและเทคโนโลยีการการคั่วกาแฟแบบใหม่ในปัจจุบันสามารถทำให้กาแฟโรบัสต้าพันธุ์ไทยเป็นกาแฟที่มีรสชาติกลมกล่อม และมีคุณภาพดี โดยประเทศไทย ได้ส่งเสริมให้กาแฟเป็นพืชปลูกสลับในสวนยางพาราถือเป็นรายได้สำรองจากการกรีดยางพารา ในปัจจุบันการปลูกกาแฟในภาคใต้ได้มีการพัฒนาการอย่างมากมาย สามารถปลูกเป็นพืชหลักและทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างมาก

โทษของกาแฟ

  • ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ หากหยุดดื่มกะทันหันจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนเพลีย และง่วงนอนได้
  • การดื่มกาแฟอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติหรือเต้นไม่เป็นจังหวะได้ เนื่องจากกาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง จึงส่งผลให้อัตราการบีบตัวของหัวใจและปริมาณของเลือดที่สูบฉีดต่อนาทีเพิ่มขึ้น
  • สาร theobromine ในกาแฟอาจทำให้มีอาการปวดแสบที่ลิ้นปี่ได้
  • การดื่มกาแฟหลายถ้วยต่อวัน จะลดความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายลงได้ โดยเฉพาะอย่างในสตรี
  • กาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งของกรด pepsin และ gastrin ซึ่งอาจทำให้โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้รุนแรงขึ้นได้
  • กาแฟมีฤทธิ์ลดการดูดซึมของธาตุเหล็กได้ คุณจึงควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง อีกทั้งการดื่มกาแฟในขณะท้องว่างกาเฟอีนยังไปเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารอีกด้วย
  • เนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ โดยไปลดการดูดกลับของโซเดียม โพแทสเซียม และแคลเซียมออกจากไต จึงทำให้แร่ธาตุเหล่านี้ถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ ถ้าหากร่างกายสูญเสียแคลเซียมออกจากร่างกายบ่อย ๆ ในปริมาณมาก อาจเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนได้
  • การดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 1 แก้ว จะมีโอกาสเกิดการเป็นหมันมากขึ้น
  • เด็กเล็กไม่ควรดื่มกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ

อ้างอิง วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี th.wikipedia.org/wiki/กาแฟ ,มูลนิธิหมอชาวบ้าน www.doctor.or.th.

ใส่ความเห็น